Air Liquide Thailand ร่วมจัดแสดงโซลูชันด้านความยั่งยืนในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025
Air Liquide Thailand เข้าร่วมงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) อย่างภาคภูมิใจ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ธีม “GOOD BALANCE, BETTER WORLD: Sufficiency, Sustainability for the World.”
ในฐานะส่วนหนึ่งของ บูธหอการค้าฝรั่งเศส–ไทย (Franco-Thai Chamber of Commerce) บริษัทฯ ได้นำเสนอเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนและโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน
เทคโนโลยีหลักที่จัดแสดง ได้แก่
- Carbon Capture, Utilization & Storage (CCUS)
- Hydrogen (Blue & Green) and Ammonia
- Biogas to Biomethane
- Hydrogen Refueling Station
ตลอดทั้งวัน บูธของเราได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักศึกษาที่สนใจใน ไฮโดรเจนและเทคโนโลยีด้านความยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก Air Liquide Thailand ได้แก่ คุณ Michel SCHPOLIANSKY (Managing Director, Air Liquide Thailand), คุณ Jan KOLLMUS (VP Sales & Solutions Development E&C APAC), คุณ Peng MOU (Head of the Oversea Business), คุณ Wasin WITOONTORN (LI & E&C Business Development Key Account Manager) และ คุณ Tasapon PRAMUANKOSONYUT (Onsite & Application Assistant Business Manager) ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีและโอกาสในอนาคตด้านความยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก เพื่อนพนักงาน AL Thailand ที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธ ร่วมเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ตรงกับโซลูชันของ Air Liquide ซึ่งสะท้อนถึงความภาคภูมิใจและความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมงาน ALT ในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน
🌏งาน SX2025 ถือเป็นงานนิทรรศการด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่าหลายแสนคนในแต่ละปี และถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำของ Air Liquide ในการนำเสนอโซลูชันด้านความยั่งยืน
ความมุ่งมั่นของเรา
Air Liquide Thailand มุ่งมั่นที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมสนับสนุนลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม มีประสิทธิภาพ และปล่อยคาร์บอนต่ำ การเข้าร่วมงาน SX2025 ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของเราในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน